ทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก Revolut: เปรียบเทียบแพลตฟอร์มที่คล้ายกับ Revolut
Revolut คือนีโอแบงก์ระดับโลกที่เน้นการใช้งานบนมือถือเป็นหลัก ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการเป็นแพลตฟอร์มจัดการเงินบนมือถือ ที่เน้นบริการบัตรเดบิตสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (ทั้งทางออนไลน์และที่หน้าร้าน) พร้อมด้วยฟีเจอร์รองรับหลายสกุลเงิน
Revolut วางตำแหน่งตนเองเป็นทางเลือกสมัยใหม่แทนที่การธนาคารแบบดั้งเดิม ด้วยการแสดงข้อมูลการใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ในแอป ระบบควบคุมบัตรที่ครอบคลุม และเครื่องมือจัดการบัตรดิจิทัล (รวมถึงบัตรเสมือน)
Revolut ใช้ระบบสมาชิกแบบแบ่งระดับ (มีทั้งแผนฟรีและแบบชำระเงิน) โดยในระดับที่สูงขึ้นจะช่วยปลดล็อกสิทธิพิเศษต่างๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาค เช่น ดีไซน์บัตรระดับพรีเมียม อัตราเงินคืนที่เพิ่มขึ้น และรางวัล “RevPoints” ที่มากขึ้น (เฉพาะในภูมิภาคที่รองรับเท่านั้น)
แต่ Krak อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่าสำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายผ่านเงินสดและคริปโต พร้อมรับเงินคืนทันทีสูงสุดถึง 2%* และสามารถใช้จ่ายได้โดยตรงจากสินทรัพย์ที่รองรับอย่างหลากหลาย

ทำความรู้จักกับทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก Revolut
ช่วงต้นทศวรรษที่ 2010 เป็นช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในการเข้าถึงบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล ธุรกิจในกลุ่มนี้มีผู้ให้บริการรายเดิมครองตลาดมาอย่างยาวนาน ซึ่งมักมาพร้อมกับค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น ข้อจำกัดด้านฟีเจอร์ และประสบการณ์การใช้งานที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ในปัจจุบัน ภาพรวมของธุรกิจนี้ได้ถูกพลิกโฉมใหม่โดยเหล่า “นีโอแบงก์” และแพลตฟอร์มจัดการด้านการเงินที่เน้นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันเป็นหลัก ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นแกนกลาง
หนึ่งในตัวอย่างนั้นก็คือ Revolut ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฟินเทคที่มีฐานการดำเนินงานในสหราชอาณาจักร โดยให้บริการบัญชีผ่านแอปพลิเคชันที่มาพร้อมกับบัตรเดบิต บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เครื่องมือช่วยจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการเข้าถึงหุ้นและคริปโต (ซึ่งการเข้าถึงจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค)
บัตรของ Revolut ทำหน้าที่เหมือนกับบัตรเดบิตหรือบัตรเติมเงินทั่วไป โดยจะเชื่อมต่อกับยอดเงินคงเหลือภายในแอป ผู้ใช้สามารถถือครองและแลกเปลี่ยนได้หลายสกุลเงิน พร้อมทั้งใช้จ่ายได้ทั่วโลกในร้านค้าทุกแห่งที่รับ Mastercard หรือ Visa
นอกจากนี้ Revolut ยังให้การเข้าถึงคริปโตภายในแอปด้วย อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันการใช้งานคริปโตโดยทั่วไปจะแยกส่วนจากกลไกการทำงานของตัวบัตร และการใช้จ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัลมักจะต้องทำการแปลงเป็นเงินเฟียตก่อน
ในบทความนี้เราจะมาดูคู่แข่งที่โดดเด่นในวงการนี้กัน
1. Krak
Krak คือโซลูชันการชำระเงินแบบไฮบริดและบัญชีส่วนบุคคล คุณสามารถใช้จ่ายได้ทั้งเงินสดและคริปโตจากยอดคงเหลือในบัญชี Krak Everyday ของคุณได้จากทุกที่ที่รับ Mastercard ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินทางออนไลน์ ในหน้าร้านค้า และที่ตู้ ATM กว่า 190 ประเทศทั่วโลก
Krak ให้เงินคืนสูงสุด 2%* รวมถึงรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย และออกแบบมาเพื่อบูรณาการกับระบบนิเวศที่กว้างขวางยิ่งขึ้นของ Kraken โดยตรง ซึ่งรวมถึง xStocks และ Earn ลูกค้าสามารถสร้างการเติบโตให้เงินทุนและพัฒนาความมั่งคั่งของตนได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยสิทธิประโยชน์และผลิตภัณฑ์ที่มีให้บริการอย่างหลากหลาย เช่น Krak Vaults**
Krak รองรับการใช้จ่ายสินทรัพย์มากกว่า 600 รายการ ทั้งเงินสดและสกุลเงินดิจิทัล ด้วยการแปลงสกุลเงินอัตโนมัติ ณ จุดขาย ระบบรันบนเครือข่าย Mastercard และได้รับการยอมรับจากผู้ค้ามากกว่า 110 ล้านรายทั่วโลก
บัตร Krak มีให้เลือกในสีส้ม สีดำ และโลหะ โดยที่บัตร Krak Metal (โลหะ) จะมีการปลดล็อกสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมหลังเริ่มต้นใช้งานตามกิจกรรมของบัญชีและยอดรวมของสินทรัพย์ที่ถือครอง

2. N26
N26 คือบัตรเดบิตและนีโอแบงค์จากเยอรมนีที่ให้บริการชำระเงินผ่านมือถือ รวมไปถึงการซื้อขายหุ้น, ETF และสกุลเงินดิจิทัล N26 นำเสนอ:
- บัตรเดบิต Mastercard
- บัญชีที่ระบุมูลค่าเป็นหน่วยูโร
- เครื่องมือการจัดงบประมาณและระบบวิเคราะห์ข้อมูลภายในแอป
- ฟีเจอร์การออมเงิน (ผ่านสถาบันการเงินพันธมิตร)
- การใช้จ่ายด้วยอัตรา FX ที่เอื้ออำนวยการท่องเที่ยว
N26 ดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตธนาคารยุโรป และให้บริการลูกค้าที่อยู่ภายในพื้นที่ EEA เป็นหลัก ระบบนี้นำเสนอการทำธุรกรรมธนาคารทางมือถือที่เรียบง่าย การแจ้งเตือนถึงการใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ และดีไซน์แอปที่ดูสะอาดตา
แม้ว่า N26 จะสามารถมอบการเข้าถึงสินทรัพย์คริปโตได้ในบางภูมิภาค แต่ระบบนี้ไม่ได้มีรากฐานที่ออกแบบมาเพื่อการใช้จ่ายคริปโตแบบเนทีฟ
3. Monzo
Monzo คือนีโอแบงก์ (Neobank) จากสหราชอาณาจักร ที่สร้างขึ้นโดยมีหัวใจหลักคือบัญชีกระแสรายวันและบัตรเดบิตสีส้ม “Hot Coral” ที่เป็นเอกลักษณ์
บัตร Monzo มีให้บริการทั้งในรูปแบบบัตรจริงและผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่าง Apple Pay และ Google Pay โดยวางตำแหน่งเป็นทางเลือกสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (ทั้งที่หน้าร้านและผ่านช่องทางออนไลน์) ผู้ถือบัตรสามารถรับการแจ้งเตือนการชำระเงินได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอป พร้อมทั้งควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในแอปได้ทันที เช่น การระงับ/ปลดระงับบัตร และการตั้งวงเงินในการใช้จ่าย
ด้วยการเลือกใช้แผนบริการแบบชำระเงิน ผู้ใช้งาน Monzo จะสามารถปลดล็อกดีไซน์บัตรเพิ่มเติมและบัตรเสมือน (ซึ่งสามารถลบทิ้ง สร้างใหม่ หรือเลือกใช้เพียงครั้งเดียวก็ได้) นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถเชื่อมต่อบัตรเหล่านี้เข้ากับ “Pots” (กระปุกออมเงิน) ซึ่งเป็นบัญชีย่อยของ Monzo ที่ใช้สำหรับการจัดสรรงบประมาณหรือการแยกเงินเก็บให้เป็นสัดส่วน
สำหรับการทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินต่างประเทศ Monzo จะไม่มีการบวกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนของ Mastercard และยังอนุญาตให้ถอนเงินสดได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมภายใต้วงเงินที่กำหนด (ซึ่งจำนวนเงินจะแตกต่างกันไปตามแผนการใช้งาน)
ส่วนการคืนเงินจะได้รับเฉพาะเมื่อใช้จ่ายกับพันธมิตรบางรายเท่านั้น
4. Wise
Wise คือแอปพลิเคชันเพื่อการชำระเงินและบัญชีหลายสกุลเงินระดับโลก โดยมุ่งเน้นเป็นพิเศษในเรื่องการทำธุรกรรมระหว่างประเทศที่สะดวกราบรื่นและโปร่งใส ตั้งแต่การถือครองเงินได้หลากหลายสกุลเงิน ไปจนถึงการโอนเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว
และเพื่อให้สอดคล้องกัน บัตรเดบิตของ Wise จึงถูกออกแบบมาเพื่อการใช้จ่ายในต่างประเทศโดยเฉพาะ ตัวบัตรช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินออนไลน์หรือหน้าร้านได้ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก พร้อมเข้าถึงสกุลเงินที่แตกต่างกันได้มากกว่า 40 สกุลเงิน โดยระบบจะใช้ยอดเงินสกุลท้องถิ่นให้โดยอัตโนมัติหากเป็นไปได้ หรือทำการแปลงค่าเงิน ณ เวลาที่ซื้อโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนจริงตามตลาดกลาง (พร้อมค่าธรรมเนียมการแปลงที่ต่ำ)
สำหรับการถอนเงินสด จะมีวงเงินที่สามารถถอนได้ฟรีโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค โดยหากเกินวงเงินดังกล่าว Wise จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม (และตู้ ATM บางแห่งอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของตนเองเพิ่มเติมด้วย)
นอกจากบัตรจริงแล้ว Wise ยังมีบัตรดิจิทัลที่สามารถเพิ่มเข้าไปใน Apple Pay หรือ Google Pay ได้อีกด้วย ลูกค้าบุคคลสามารถถือครองได้ทั้งบัตรจริงหนึ่งใบและบัตรดิจิทัลสูงสุดถึงสามใบผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการได้ด้วยคำสั่งต่างๆ เช่น การระงับ/ปลดระงับบัตร และการปรับวงเงินการใช้จ่ายผ่านแอปได้โดยตรง
5. Chime
Chime คือแพลตฟอร์มฟินเทคบนมือถือจากสหรัฐอเมริกา ที่มุ่งเน้นการให้บริการธนาคารสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญเรื่องค่าธรรมเนียม
ผ่านบัญชีเช็กกิ้งของ Chime ผู้ใช้งานจะได้รับบัตรเดบิต Visa ฟรีหนึ่งใบ พร้อมกับบัตรเสมือนที่สามารถใช้สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์หรือใช้งานผ่านกระเป๋าเงินบนมือถือได้ ผู้ใช้งานสามารถติดตามการใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ บริหารจัดการบัตร รวมถึงตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและการถอนเงินให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอได้ผ่านแอป Chime
นอกจากนี้ Chime ยังรวบรวมฟีเจอร์เด่นๆ ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตได้อีกมากมาย: “SpotMe” ให้บริการเบิกเงินเกินบัญชีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต (สูงสุด $200) และด้วยฟังก์ชันที่เชื่อมต่อกับเงินเดือน ผู้ใช้งานยังสามารถรับเงินเดือนโอนเข้าบัญชีได้เร็วขึ้นกว่าปกติถึงสองวัน หรือเลือกรับเงินเดือนล่วงหน้าได้สูงสุดถึง $500
บัตร Chime ให้เงินคืน 1.5% สำหรับการใช้จ่ายที่ตรงตามเงื่อนไข สำหรับผู้ใช้งานในระดับ Chime+ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถใช้งานตู้ ATM ได้มากกว่า 47,000 จุด โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
6. PayPal
PayPal คือแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลและแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินระดับโลก ซึ่งใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั้งในการชำระเงินออนไลน์และการบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวัน
ในแอป PayPal ผู้ใช้งานสามารถติดตามประวัติการทำธุรกรรม บริหารจัดการช่องทางการชำระเงินและยอดเงินคงเหลือ รับ-ส่งเงิน ตลอดจนจัดการข้อพิพาทต่างๆ (รวมถึงกระบวนการคุ้มครองผู้ซื้อของ PayPal สำหรับการสั่งซื้อที่ตรงตามเงื่อนไข ในพื้นที่ที่ให้บริการ) ในบางภูมิภาค ผู้ใช้งานยังสามารถถือครองยอดเงินได้หลากหลายสกุลเงิน และบริหารจัดการสกุลเงินเหล่านี้ได้โดยตรงภายในแอป
การใช้จ่ายผ่านบัตรนั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละประเทศ โดยในบางประเทศ PayPal มีบริการบัตรเดบิตที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้จ่ายยอดเงินคงเหลือใน PayPal ได้ทุกที่ที่รองรับ Mastercard ซึ่งมักจะมาในรูปแบบบัตรดิจิทัลเป็นหลักและมีบัตรจริงให้บริการในบางภูมิภาคด้วยเช่นกัน
ตัวบัตรออกแบบมาเพื่อเป็นช่องทางการชำระเงินที่เรียบง่ายทั้งหน้าร้านหรือออนไลน์เป็นหลัก แม้ในบางภูมิภาคผู้ถือบัตรจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสำหรับการเดินทาง (เช่น การจัดการอัตราแลกเปลี่ยนผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล) แต่รางวัลตอบแทนอย่างการรับเงินคืนหรือการสะสมคะแนนนั้นไม่ได้เป็นมาตรฐานที่มีให้บริการทุกที่ และจะมีความแตกต่างกันอย่างมากตามตลาดและประเภทของผลิตภัณฑ์
สรุปได้ว่า 🔎
Krak โดดเด่นในฐานะตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ นักลงทุนมือใหม่ และผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโต
ด้วยเงินคืนสูงสุดถึง 2%* (และเพิ่มได้สูงสุดถึง 6% ผ่าน Krak Concierge) พร้อมประสบการณ์ใช้งานที่เน้นความสะดวกผ่านมือถือ และฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน ทำให้ Krak ไม่ได้เป็นเพียงบัตรสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทั้งในและต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารจัดการและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวอีกด้วย
ในทางกลับกัน Revolut มักถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย และผู้ใช้งานที่ต้องการแอปเดียวจบสำหรับการจัดการเงินในชีวิตประจำวัน ด้วยความที่เป็นนีโอแบงก์ที่มั่นคงและเป็นที่ยอมรับ Revolut โด่งดังในด้านระบบที่รองรับหลายสกุลเงิน ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย และแผนการสมัครสมาชิกแบบแบ่งระดับ ซึ่งสามารถปลดล็อกสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้
แต่สำหรับผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับนโยบายเงินคืนที่ตรงไปตรงมา การเข้าถึงคริปโตที่ครอบคลุม และหมดห่วงเรื่องค่าธรรมเนียมรายเดือน Krak น่าจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า
พร้อมใช้จ่ายแบบสมาร์ทยิ่งขึ้นหรือยัง 🧠
เลือกใช้ Kraken เพื่อการใช้จ่ายทั้งเงินสดและคริปโตโดยไม่มีค่าธรรมเนียม†ได้จากทั่วทุกมุมโลก
รับบัตร Krak วันนี้แล้วเริ่มใช้จ่ายได้เลยภายในไม่กี่นาที
*ยอดชำระเงินขั้นต่ำ £/€0.50 เพื่อรับเงินคืน อัตราเงินคืนของคุณขึ้นอยู่กับมูลค่าสินทรัพย์เฉลี่ยที่คุณถือครองกับ Krak, Kraken และ Kraken Pro มีข้อจำกัดและข้อยกเว้นตามภูมิภาค ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความศูนย์ความช่วยเหลือนี้ อัตราเงินคืน 2% เริ่มมีผลใช้งานตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 เป็นต้นไป
**รางวัลมีมูลค่าไม่แน่นอนและการันตีไม่ได้ คุณอาจสูญเสียสินทรัพย์ของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดได้ การสร้างปฏิสัมพันธ์กับสมาร์ตคอนแทร็กต์บนเชนมีความเสี่ยงที่ได้รับการลงรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในข้อกำหนดของการให้บริการ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงทางเทคโนโลยี (ข้อบกพร่อง การโจมตีช่องโหว่ และความล้มเหลวของ oracle/MEV/bridge), ความเสี่ยงของตลาด (ความผันผวนของราคา การเลิกตรึงมูลค่า และการบังคับขายสินทรัพย์ในกรณีที่เกี่ยวข้อง) และความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (ธุรกรรมที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ ค่าแก๊ส ความแออัดของเครือข่าย) Kraken ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมโปรโตคอลของบุคคลที่สาม นำเสนอโดย Payward Wallet, LLC. มีค่าธรรมเนียม ความพร้อมให้บริการแตกต่างออกไปตามเขตอำนาจศาล
†จะมีการคิดส่วนต่างราคาแบบแปรผันเมื่อใช้จ่ายข้ามสินทรัพย์ อาจมีค่าธรรมเนียมจาก ATM ของบุคคลที่สาม มีข้อจำกัดตามภูมิภาค มีค่าธรรมเนียมการซื้อ/ขายทันที เมื่อคุณแปลงสินทรัพย์หรือสกุลเงินหนึ่งไปเป็นอีกสกุล ก่อนทำการโอน โปรดดูตารางค่าธรรมเนียมของเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องจะแสดงให้เห็นก่อนที่คุณจะทำการโอน
มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ การจองของ Krak Concierge ประมวลผลผ่าน Entravel Holdings Ltd. (“Entravel”) Krak ไม่ใช่ตัวแทนด้านการท่องเที่ยว และไม่ใช่นิติบุคคลที่เป็นผู้ค้าสำหรับการจอง Krak ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการที่พัก ผู้ให้บริการที่แท้จริงเป็นผู้กำหนดราคา ภาษี ค่าธรรมเนียม และนโยบายการคืนเงิน การยกเลิกและการคืนเงินเป็นไปตามนโยบายของโรงแรมและ/หรือ Entravel ตามที่แสดงไว้ขณะจอง มีค่าธรรมเนียมการซื้อ/ขายทันที เมื่อคุณแปลงสินทรัพย์หรือสกุลเงินหนึ่งไปเป็นอีกสกุล ก่อนทำการโอน ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องจะแสดงให้เห็นก่อนที่คุณจะทำการโอน โปรดดูตารางค่าธรรมเนียมของเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม Krak อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจาก Entravel จากการเข้าพักที่เสร็จสมบูรณ์
ไม่มีการให้คำแนะนำการลงทุน การซื้อขายคริปโตมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุน
ในสหภาพยุโรป บัตร Krak ออกโดย UAB Monavate ซึ่งได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศลิทัวเนีย (รหัสการได้รับอนุญาต: LBO02139) บริษัท Payward Ireland Limited (PIL) และ Payward Europe Solutions Limited (PESL) ดำเนินธุรกิจในชื่อ Kraken อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางไอร์แลนด์ บริการ E-money ให้บริการโดย PIL ส่วนบริการซื้อขายสปอตให้บริการโดย PESL
ในสหราชอาณาจักร บัตร Krak ได้รับการออกให้โดย Monavate Limited ซึ่งได้รับอนุญาตจาก Financial Conduct Authority ให้ดำเนินกิจกรรมการเงินทางอิเล็กทรอนิกและบริการชำระเงินที่เกี่ยวข้อง (FRN: 901097) Payward Services Limited ได้รับอนุญาตจาก Financial Conduct Authority ให้ดำเนินกิจกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ และบริการชำระเงินที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ข้อบังคับ Electronic Money Regulations 2011 (FRN: 1010381) บริการแลกเปลี่ยนและดูแลสินทรัพย์คริปโตนพเสนอโดย Payward Ltd ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทด้านสินทรัพย์คริปโตกับ Financial Conduct Authority (FRN: 928768).